หลายคนขับรถขึ้นดอยตั้งแต่ตีสามเพื่อดูทะเลหมอก แล้วกลับมามือเปล่า เพราะทะเลหมอกไม่ได้เกิดทุกวัน และมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างเฉพาะ
ทะเลหมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทะเลหมอกคือหมอกที่สะสมอยู่ในหุบเขาต่ำกว่าจุดที่เรายืน เกิดเมื่ออากาศชื้นเย็นตัวลงจนกลั่นเป็นหยดน้ำ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดคือความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิกลางคืนลดลงมาก และลมสงบ
เดือนที่มีโอกาสสูงที่สุด
ช่วงปลายฝนถึงปลายหนาว ราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่เงื่อนไขครบมากที่สุด เพราะดินยังชื้นจากฝนและอากาศเริ่มเย็น ส่วนฤดูร้อนแทบไม่มีโอกาส เพราะอากาศแห้งเกินไป
เวลาที่ควรไปถึง
ควรถึงจุดชมวิวก่อนฟ้าสางอย่างน้อย 30 นาที เพราะทะเลหมอกมักหนาที่สุดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และจะสลายภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมงหลังแดดออก
สัญญาณที่บอกว่าพรุ่งนี้มีโอกาส
ถ้าคืนก่อนฝนตกแล้วฟ้าเปิด อากาศเย็นลงชัดเจน และลมสงบ โอกาสเจอทะเลหมอกเช้าวันรุ่งขึ้นสูง แต่ถ้าคืนนั้นลมแรงหรือฟ้าปิดตลอด โอกาสน้อย
เตรียมตัวสำหรับความหนาว
จุดชมวิวบนที่สูงช่วงหนาวอาจลงถึง 8 ถึง 12 องศา และมีลมแรง ควรมีแจ็กเก็ตกันลม หมวก และถุงมือ การรอบนยอดเขาหนึ่งชั่วโมงในอากาศแบบนั้นหนาวกว่าที่คิดมาก
ถ้าไม่เจอทะเลหมอกก็ยังคุ้ม
จุดชมวิวส่วนใหญ่สวยแม้ไม่มีหมอก พระอาทิตย์ขึ้นเหนือทิวเขาเป็นภาพที่ได้แน่นอนกว่า ควรตั้งความคาดหวังไว้ที่ตรงนี้ แล้วถือว่าทะเลหมอกเป็นโบนัส
